เปิดคู่มือทนายความมือใหม่ในกรุงเทพฯ เรื่องงานและเงื่อนไขจ้าง
หางานทนายความในกรุงเทพฯ เริ่มจากตรงไหน
ตลาดงานทนายความในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่สำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่บนถนนสาทรหรือสีลมเท่านั้น แต่ยังมีสำนักงานกฎหมายเฉพาะทางที่รับงานด้านสัญญา งานที่ดิน งานแรงงาน และคดีอาญา ซึ่งเปิดรับผู้ช่วยทนายและทนายความจบใหม่ตลอดทั้งปี ข้อแตกต่างสำคัญคือ แต่ละที่ไม่ได้คัดจากเกรดอย่างเดียว แต่ดูว่าผู้สมัครเคยทำเอกสารอะไรมาบ้าง
ช่องทางที่ได้ผลจริงสำหรับการหางานทนายความในกรุงเทพมหานครคือเว็บหางานขนาดใหญ่ ตามด้วยเพจของสมาคมทนายความและกลุ่มปิดของนิสิตนักศึกษานิติศาสตร์ ซึ่งมักประกาศตำแหน่งก่อนลงเว็บสาธารณะ และการสมัครตรงทางอีเมลของสำนักงานก็ยังได้ผล เพราะฝ่ายทรัพยากรบุคคลของหลายแห่งอ่านอีเมลเองทุกวัน
ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ควรใช้ช่วงฝึกงานเป็นประตูหน้า หลายสำนักงานรับนักศึกษาฝึกงานแล้วคัดเลือกเป็นผู้ช่วยทนายเมื่อจบ เพราะประหยัดเวลาสอนงานเอกสาร และรู้จักนิสัยการทำงานกันแล้ว อีเมลสมัครงานควรแนบเรซูเม่หนึ่งหน้าและไฟล์เขียนตัวอย่างงานกฎหมายสั้น ๆ หนึ่งชิ้น เช่น สรุปคำพิพากษาหรือร่างสัญญาเช่า ซึ่งแสดงฝีมือได้ดีกว่าคำอธิบายในเรซูเม่
ค่าจ้างเริ่มต้นและสิ่งที่ต้องถามก่อนเซ็นสัญญา
ทนายจบใหม่ที่ทำงานในสำนักงานกฎหมายในกรุงเทพฯ มักได้เงินเดือนเริ่มต้นราว 25,000 ถึง 40,000 บาท ขึ้นกับขนาดสำนักงานและภาษาที่ใช้ทำงาน ผู้ที่สอบผ่านเนติบัณฑิตและมีใบอนุญาตว่าความแล้วมักได้เพิ่มอีกราว 5,000 ถึง 10,000 บาท บางสำนักงานให้ค่าคอมมิชชันจากค่าจ้างว่าความของลูกค้าที่ตนดูแล ซึ่งอาจเป็นรายได้ก้อนใหญ่กว่าฐานเงินเดือน
ก่อนเซ็นสัญญาจ้าง ควรถามให้ชัดเรื่องชั่วโมงทำงานจริง เพราะสำนักงานหลายแห่งระบุเวลาทำการ 09.00–18.00 น. แต่ในทางปฏิบัติต้องอยู่ทำเอกสารยื่นศาลถึงดึกในช่วงใกล้กำหนดส่ง ควรถามด้วยว่าเบิกค่าเดินทางไปต่างจังหวัด ค่าถ่ายเอกสาร และค่าเดินทางไปศาลได้หรือไม่ และมีค่าตอบแทนพิเศษเมื่อต้องไปว่าความต่างจังหวัดหรือเปล่า
ข้อที่คนลืมถามบ่อยที่สุดคือข้อผูกมัดหลังลาออก สำนักงานบางแห่งกำหนดห้ามไปทำงานกับลูกค้ารายเดิมภายในหนึ่งปี หรือห้ามรับงานคดีเดียวกันต่อเอง ซึ่งอาจกระทบรายได้ในอนาคต ควรอ่านเงื่อนไขการเลิกจ้างและระยะเวลาบอกล่วงหน้าให้ละเอียดก่อนลงนาม
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง
ทนายรุ่นใหม่รายหนึ่งเซ็นสัญญากับสำนักงานย่านอโศกโดยไม่ถามเรื่องโบนัสตามผลงาน ผ่านไปหนึ่งปีพบว่าเพื่อนร่วมงานที่ดูแลคดีมากกว่าได้โบนัสเกือบสองเดือน ขณะที่ตนได้เพียงเงินเดือน ในทางกลับกัน มีผู้ช่วยทนายที่ต่อรองขอเบิกค่าที่พักเมื่อไปว่าความต่างจังหวัดได้สำเร็จ เพราะยื่นคำขอก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่หลังผ่านทดลองงาน
งานด้านกฎหมายเช่าและสัญญาที่เปิดรับทนายหน้าใหม่
งานที่สำนักงานหลายแห่งขาดคนคือสายงานสัญญาและอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับกฎหมายการเช่าในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งการตรวจสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ การต่ออายุสัญญา และการเจรจาเมื่อผู้เช่าค้างค่าเช่า ทนายที่อ่านสัญญาเก่งและจับจุดเสี่ยงได้ไวจะเป็นที่ต้องการมากในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลาง
อีกสายที่เติบโตคือบริการทางกฎหมายด้านแรงงาน ทั้งการร่างสัญญาจ้าง การสอบสวนกรณีเลิกจ้าง และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในสถานประกอบการ ทนายที่เข้าใจข้อกำหนด ค่าชดเชย และขั้นตอนของคณะกรรมการแรงงานจะได้งานประจำที่มั่นคงกว่าสายคดีความซึ่งรายได้แกว่งตามจำนวนสำนวน
ผู้ที่สนใจสายระหว่างประเทศควรเตรียมทักษะภาษาที่สองหรือที่สามไว้ เพราะสำนักงานที่ดูแลลูกค้าต่างชาติมักต้องประสานงานเรื่องเอกสารรับรองนิติบุคคลและสัญญาสองภาษา ซึ่งเป็นงานที่ต้องละเอียดและใช้เวลา แต่สร้างชื่อเสียงให้ทนายหน้าใหม่ได้เร็ว
ทักษะที่ทำให้ได้งานเร็วกว่าใบเกรด
สำนักงานส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเขียนหนังสือราชการและคำร้องที่ถูกรูปแบบมากกว่าความรู้ทฤษฎี ผู้สมัครที่ทำแบบฟอร์มคำฟ้องและคำให้การได้คล่องจะได้เปรียบชัดเจน เพราะงานเหล่านี้คือรายได้หลักของสำนักงานขนาดเล็กและกลาง
ทักษะที่สองคือการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลทางกฎหมายและระบบค้นคำพิพากษาให้เป็น ทนายที่ค้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องได้ในไม่กี่นาทีจะช่วยหัวหน้าทีมได้มาก และเป็นเหตุผลที่หลายสำนักงานยอมจ่ายเงินเดือนสูงขึ้นให้คนที่ทำได้
ทักษะที่สามคือการจัดการเวลาและความรับผิดชอบต่อกำหนดนัด งานทนายความพลาดกำหนดยื่นได้ยากมาก การมีสมุดบันทึกกำหนดนัดที่ชัดเจนและการแจ้งหัวหน้าทีมทันทีเมื่อเห็นความเสี่ยง จะสร้างความไว้วางใจได้เร็วกว่าผลงานใหญ่ชิ้นเดียว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการสมัครงานสายกฎหมาย
ข้อผิดพลาดอันดับแรกคือส่งเรซูเม่แบบเดียวกันให้ทุกที่ โดยไม่อธิบายว่าอยากทำงานสายใด สำนักงานที่รับงานคดีอาญากับสำนักงานที่รับงานกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาต้องการคนละทักษะ การระบุสายที่สนใจและเหตุผลสั้น ๆ สองบรรทัดช่วยให้ผู้อ่านคัดเลือกได้ง่ายขึ้นมาก
ข้อผิดพลาดที่สองคือเขียนจดหมายสมัครงานยาวเกินหนึ่งย่อหน้าและพูดถึงตัวเองมากเกินไป ผู้อ่านส่วนใหญ่อ่านเพียงสิบวินาทีแรก จึงควรขึ้นต้นด้วยสิ่งที่ทำได้และสิ่งที่นำมาให้สำนักงาน เช่น ประสบการณ์ร่างสัญญาเช่าหรือการช่วยทำสำนวนคดี
ข้อผิดพลาดที่สามคือไม่เตรียมคำถามตอนสัมภาษณ์ เมื่อถูกถามว่าอยากทำงานสายไหนในอีกสามปี ผู้สมัครที่ตอบเฉพาะว่าแล้วแต่บริษัทมักถูกมองว่าขาดเป้าหมาย คำตอบที่ดีคือระบุสายงานหนึ่งสายและบอกว่าอยากเก่งด้านใดในสายนั้น เช่น อยากเชี่ยวชาญงานตรวจสัญญาเช่าเชิงพาณิชย์ ซึ่งแสดงว่าผู้สมัครเข้าใจเส้นทางอาชีพของตนเองแล้ว
